Posted On August 15, 2025

รู้หรือไม่? โดรนบางรุ่นอนุญาตให้บินได้โดยไม่ต้องขออนุญาต (ตามกฎหมายไทย) 🚁

Melinda Torres 0 comments
Ali Shokri >> Photography >> รู้หรือไม่? โดรนบางรุ่นอนุญาตให้บินได้โดยไม่ต้องขออนุญาต (ตามกฎหมายไทย) 🚁
การบินโดรน

กระแสความนิยมของ โดรน (Drone) หรืออากาศยานไร้คนขับได้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานถ่ายภาพมุมสูง การสำรวจพื้นที่ หรือแม้แต่การแข่งขัน แต่คำถามที่มักตามมาคือ “ฉันสามารถซื้อโดรนมาบินได้ทันทีเลยหรือไม่?” คำตอบคือ ไม่เสมอไป เพราะการใช้โดรนในประเทศไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวดของกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยของน่านฟ้าสาธารณะและประชาชน แต่ข่าวดีก็คือ มีโดรนบางประเภทที่ได้รับข้อยกเว้น ให้สามารถบินได้โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาตล่วงหน้า ทั้งจากการลงทะเบียนตัวเครื่อง และใบอนุญาตนักบิน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ใช้โดรนทุกคนต้องทำความเข้าใจ


กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการบินโดรนในไทย

หน่วยงานหลักที่กำกับดูแลการบินโดรนในประเทศไทยคือ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (The Civil Aviation Authority of Thailand – CAAT) และ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยกฎหมายได้แบ่งการควบคุมโดรนตามวัตถุประสงค์การใช้งานและน้ำหนักอย่างชัดเจน

โดยปกติ โดรนที่ต้องยื่นขออนุญาตตามกฎหมายหลักมี 2 ส่วนคือ:

  1. การลงทะเบียนโดรน (CAAT Registration): โดรนที่มีน้ำหนักตั้งแต่ กิโลกรัม ขึ้นไป (หรือโดรนที่ใช้สำหรับการบินทุกประเภทที่มีน้ำหนักเท่าใดก็ตามและติดตั้งกล้อง) ต้องจดทะเบียนกับ CAAT ก่อนการใช้งาน
  2. การขึ้นทะเบียนคลื่นความถี่ (กสทช.): โดรนทุกรุ่นที่ใช้คลื่นความถี่ในการควบคุม (Remote Control) ต้องยื่นขออนุญาตกับ กสทช. เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายการใช้คลื่น

ข้อยกเว้น: โดรนที่ไม่ต้องขออนุญาต (ตามกฎหมายบางส่วน)

ตามกฎหมายของ CAAT มีโดรนที่ได้รับ ข้อยกเว้นจากการลงทะเบียน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถเริ่มต้นใช้งานได้ง่ายขึ้น:

1. โดรนที่มีน้ำหนักไม่เกิน กิโลกรัมและไม่ติดกล้อง

โดรนประเภทนี้มักเป็นโดรนขนาดเล็กที่ใช้เพื่อการเล่นสนุก การศึกษา หรือการฝึกหัดบินเบื้องต้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ไม่ต้องจดทะเบียนกับ CAAT

2. โดรนที่มีน้ำหนักไม่เกิน กิโลกรัมและติดกล้อง (แต่ต้องมีข้อยกเว้นอื่น)

แม้โดรนที่มีกล้องจะต้องลงทะเบียนกับ CAAT แทบทั้งหมด แต่มีข้อยกเว้นพิเศษสำหรับโดรนบางรุ่นที่เป็นที่นิยมในตลาดและมีน้ำหนักเบามาก (มักน้อยกว่า กรัม) ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของหน่วยงานกำกับดูแลการบินสากล (เช่น FAA ในสหรัฐอเมริกา และ EASA ในยุโรป) โดยมุ่งเน้นที่การควบคุมโดรนที่มีความเสี่ยงสูงกว่า

กรณีที่น่าสนใจ: ในทางปฏิบัติ โดรนที่มีน้ำหนักเบากว่า 250 กรัม และใช้เพื่อการสันทนาการส่วนบุคคล มักถูกมองว่ามีความเสี่ยงต่ำ และถูกจัดอยู่ในหมวดที่ได้รับความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบต่อการบินและปฏิบัติตามกฎด้านความปลอดภัยอื่น ๆ อย่างเคร่งครัด


สิ่งที่ “ห้ามละเลย” แม้ไม่ต้องลงทะเบียนตัวเครื่อง

แม้โดรนของคุณจะเข้าข่ายได้รับข้อยกเว้นในการลงทะเบียนกับ CAAT หรือมีน้ำหนักเบา แต่มีข้อบังคับสำคัญอื่น ๆ ที่ผู้ใช้ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ผิดกฎหมาย:

  1. การขึ้นทะเบียนคลื่นความถี่ (กสทช.): โดรนทุกรุ่นไม่ว่าจะน้ำหนักเท่าใดก็ตาม ต้องผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนกับ กสทช. เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการใช้คลื่นวิทยุในการควบคุม นี่คือข้อบังคับที่หลายคนมองข้าม
  2. พื้นที่ห้ามบิน (No-Fly Zones): ห้ามบินในเขตห้ามบินโดยเด็ดขาด เช่น ใกล้เขตพระราชฐาน โรงพยาบาล สนามบิน หน่วยงานราชการสำคัญ และพื้นที่ชุมชนหนาแน่น โดยต้องเว้นระยะห่างจากสนามบินไม่น้อยกว่า กิโลเมตร
  3. ระดับความสูง: ห้ามบินสูงเกิน เมตร เหนือพื้นดิน
  4. การบินเวลากลางคืน: ห้ามทำการบินในเวลากลางคืน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก CAAT
  5. การควบคุมการมองเห็น (Visual Line of Sight): ผู้ควบคุมต้องสามารถมองเห็นโดรนได้ตลอดเวลาที่ทำการบิน

สรุป

การบินโดรนเป็นกิจกรรมที่สนุกและมีประโยชน์ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดรนที่มีน้ำหนักเบาและไม่ติดกล้องอาจได้รับข้อยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนกับ CAAT แต่ผู้ใช้ทุกคนต้องดำเนินการ ขึ้นทะเบียนคลื่นความถี่กับ กสทช. และปฏิบัติตามกฎการบินอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องพื้นที่ห้ามบินและระดับความสูง การทำความเข้าใจกฎหมายอย่างถ่องแท้เป็นกุญแจสำคัญในการบินโดรนได้อย่างสนุก ปลอดภัย และถูกกฎหมาย

Related Post

การถ่ายภาพธรรมชาติให้สวยงาม: เทคนิคและวิธีการที่ควรรู้

การถ่ายภาพธรรมชาติเป็นศิลปะที่ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในเทคนิคการถ่ายภาพและความละเอียดอ่อนในการมองเห็นความงามของธรรมชาติ ภาพถ่ายธรรมชาติที่สวยงามสามารถถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้ผู้ชมรู้สึกเสมือนได้อยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ บทความนี้จะแนะนำเคล็ดลับสำคัญในการถ่ายภาพธรรมชาติให้ออกมาสวยงามและน่าประทับใจ การเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม ช่วงเวลาเป็นปัจจัยสำคัญในการถ่ายภาพธรรมชาติ Golden Hour หรือช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและตกเป็นเวลาที่แสงนุ่มนวลที่สุด ให้โทนสีที่อบอุ่นและสวยงาม ควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในช่วงเที่ยงวันเพราะแสงจะแข็งเกินไป การถ่ายภาพในวันที่มีเมฆบางๆ จะช่วยให้แสงนุ่มนวลและกระจายทั่วถึง ช่วงหลังฝนตกใหม่ๆ ก็เป็นโอกาสดีในการถ่ายภาพเพราะอากาศจะสดใสและมีความชุ่มชื้น…

ทริคถ่ายภาพกลางคืนให้คมชัด ไม่เบลอ ไม่มี noise

เตรียมอุปกรณ์และการตั้งค่าพื้นฐาน การเตรียมตัวก่อนออกไปถ่ายกลางคืนช่วยลดปัญหาได้มาก เริ่มจากการเลือกเลนส์ที่มีรูรับแสงกว้าง (เช่น f/1.8–f/2.8) เพื่อรับแสงได้มากขึ้น แต่ถ้าต้องการความคมในภาพรวมอาจเลือกปิดรูรับแสงเล็กลงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความชัดลึก เตรียมขาตั้งกล้องที่มั่นคงและหัวบอลที่ล็อกแน่น รวมถึงรีโมตชัตเตอร์หรือการตั้งเวลาชัตเตอร์เพื่อหลีกเลี่ยงการสั่นเมื่อกดชัตเตอร์ สำรองแบตเตอรี่และการ์ดความจำให้เพียงพอเพราะการถ่ายกลางคืนมักต้องลองหลายช็อตเพื่อหาการตั้งค่าที่พอดี อย่าลืมทำความสะอาดเซนเซอร์และเลนส์ก่อนใช้งานเพื่อหลีกเลี่ยงจุดสกปรกที่เด่นชัดในภาพกลางคืน การควบคุมการสั่นและการใช้ขาตั้ง การลดการสั่นเป็นหัวใจสำคัญของภาพกลางคืนที่คมชัด ขาตั้งที่แข็งแรงจะช่วยให้สามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำได้โดยไม่เบลอ ควรวางขาตั้งบนพื้นเรียบและถ้าเป็นไปได้ใช้ถุงทรายหรือถ่วงน้ำหนักเพิ่มความนิ่งให้ขาตั้ง…

เลือกกล้องอย่างไรให้เหมาะกับสไตล์การถ่ายภาพของคุณ?

การเริ่มต้นเส้นทางในโลกของการถ่ายภาพเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น แต่การเลือกกล้องตัวแรกอาจทำให้หลายคนรู้สึกสับสน เพราะในตลาดมีกล้องมากมายหลายประเภท แต่ละแบบก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป การจะหากล้องที่ใช่สำหรับคุณนั้นไม่ใช่แค่การเลือกกล้องที่แพงที่สุด แต่คือการทำความเข้าใจสไตล์การถ่ายภาพและไลฟ์สไตล์ของตัวเองให้ชัดเจน บทความนี้จะแนะนำวิธีเลือกกล้องที่เหมาะสมกับคุณที่สุด ขั้นตอนที่ 1: รู้จักสไตล์การถ่ายภาพของตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ลองถามตัวเองว่าคุณชอบถ่ายภาพแบบไหนเป็นพิเศษ และจะใช้กล้องในสถานการณ์ใดบ้าง ถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน: หากคุณแค่อยากได้กล้องที่ถ่ายภาพสวยกว่าสมาร์ทโฟน…